กลุงกุง สถาปัตยกรรมที่เหลือเชื่อและงดงาม

กลุงกุง เป็นเขตที่เล็กที่สุดของบาหลีอยู่ทางชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้รวมไปจนถึงเกาะนูซาเปนิดา(Nusa Penida) นูซาเล็มบองกัน (Nusa Lembongan) และเชนิงกัน (Ceningan) กลุงกุงในเมืองจะวุ่นวายรถเยอะและถนนจะเป็นแบบรถวิ่งทางเดียว สิ่งที่มีชื่อเสียงและโดดเด่นของที่ก็คือ สถาปัตยกรรมแบบกลุงกุง ตัวเมืองนั้นล้อมรอบไปด้วยกำแพงเมืองตกแต่งด้วยภาพวาดในรูปแบบของกลุงกุงซึ่งถือว่าเป็นศิลปะดั้งเดิมที่มีความงดงามเป็นอย่างมาก สถานที่ท่องเที่ยวที่หน้าสนใจในกลุงกุง

พระราชวังทามันกิลี (Taman Gili) ภายในของพระราชวังแห่งนี้จะมีภาพวาดที่มีชื่อเสียงเกอร์ทา โกซา(Kerta Gosa) วาดในแบบของวายังหรือ 2 มิติ พระราชวังแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ.1710 แต่ก็ได้ถูกทำลายจากสงครามในปี ค.ศ.1908 ด้านชั้นหนึ่งพระราชวังเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ (Museum Daerah Semarapura) ซึ่งจะจัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้ของราชสำนักในสมัยก่อน รวมไปถึงรูปถ่ายของราชวงศ์รายาแห่งกรุงกลุงกุง พระราชวังแห่งนี้เปิดให้นักท่องเที่ยวที่มาทัวร์บาหลีเข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 07.00-18.00 น. ค่าเข้าชมประมาณคนละ 2,000 รูเปียห์

klungkung

วัดปุระทามันสารี (Pura Taman Sari) อยู่ห่างจากตัวเมืองไม่ถึง 1 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวจะพบวัดทามันสารี ชื่อนี้แปลว่า สวนดอกไม้ ซึ่งเป็นวันที่มีความร่มรื่นสงบและมีสถาปัตยกรรมที่สวยงามเมื่อครั้งที่เป็นการปกครองของรายาแห่งกลุงกุง วัดปุระทามันสารีจะใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่สำคัญๆของราชวงศ์อีกด้วย

พิพิธภัณฑ์ศิลปะ (Museum Seni Lukis Klasik Bali) พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จัดแสดงงานศิลปะแบบดั้งเดิมและแบบสมัยใหม่ นอกจากภาพวาดแล้วยังมีวัตถุโบราณต่างๆ อาทิ อาวุธ หน้ากาก และงานฝีมือต่างๆ ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะมีไกด์ที่คอยบรรยายถึงของที่จัดแสดงไว้เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวที่มาทัวร์บาหลี ที่นี่เปิดทุกวันยกเว้นวันเสาร์ตั้งแต่เวลา 09.00 – 17.00 น.

นูซาเปนิดา (Nusa Penida) เป็นเกาะเล็กๆที่อยู่นอกชายฝั่งและยังเป็นเกาะที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่มาทัวร์บาหลีพอสมควร เกาะแห่งนี้เหมาะแก่การดำน้ำ หรือเล่นกระดานโต้คลื่น และนอกจากนี้ยังมีเกาะเล็กๆ ใกล้ๆกัน 2 เกาะคือ นูซาเล็มบองกัน และนูซาเชนิงกัน ซึ่งจะมีเรือท่องเที่ยวไว้คอยให้บริการแบบไปเช้าเย็นกลับทุกวัน และยังมีเรือกึ่งดำน้ำสำหรับชมปะการัง อีกทั้งยังมีบ้านพักให้เช่าค้างคืนด้วย

และยังมีวัดปุระกัวลาวาห์ (Pura Goa Lawah) หรือที่เรียกว่าถ้ำค้างคาว เป็นอีกวัดที่มีความศักดิ์สิทธิ์มากของบาหลี ในวัดแห่งนี้มีถ้ำค้างคาวอยู่ภายในและยังมีความเชื่อกันว่าหากเดินไปตามถ้ำจะมีทางเชื่อมไปสู่วัดเบซากิได้ แต่ก็ยังไม่มีใครก็ลอง

แหล่งท่องเที่ยวญี่ปุ่นกับทัวร์ ภูเขาไฟฟูจิ

ภูเขาไฟฟูจิถือเป็นสัญลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่นมานานแล้ว นักท่องเที่ยวที่มา ทัวร์ญี่ปุ่น ไม่ลืมที่จะมาชม ภูเขาไฟฟูจิเพราะเป็นภูเขาไฟที่สมบูรณ์และสวยงามที่สุดในโลกไม่ว่าจะมองจากมุมไหน ภูเขาไฟฟูจิอยู่ในจังหวัดยะมะนะชิและชิซุโอะกะ นักท่องเที่ยวที่อยู่โตเกียวกับโยโกฮามาสามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้เฉพาะวันที่อากาศดีท้องฟ้าโปร่ง

นักท่องเที่ยวที่มา ทัวร์ญี่ปุ่น ถ้าอยากเห็นภูเขาไฟฟูจิที่ชัดที่สุดคือ

การนั่งรถไฟระหว่างการเดินทางธรรมชาติทั้งสองข้างทางสวยงามมากอากาศหนาว ระหว่างทางจะเห็นหมู่บ้านในชนบทนอกเมืองคนแถวนี้ใช้ชีวิตกันเรียบง่ายดูสงบเงียบและอากาศดีมาก สถานีที่เห็นได้ชัดเจนคือช่วงสถานีชิน-ฟูจิ หลังจากออกจากโตเกียว ภูเขาไฟจะอยู่ทางด้านขวามือ สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบชมธรรมชาติและอยากชม ภูเขาไฟฟูจิอย่างชัดเจนต้องไปที่อุทยานแห่งชาติ Fuji-Hakone-Izu มีจุดให้เดินชมวิวและถ่ายรูปเป็นระยะและในอุทยานแห่งชาตินี้มีทะเลสาบทั้ง 5 แห่ง ได้แก่ ยะมะนะกะโกะ คะวะงุจิโกะ โมโตสุโกะ โชจิโกะ ไซโกะ และบ่อน้ำพุร้อน ยะมะนะกะโกะ คะวะงุจิโกะ โอชิโนะโกะ ฯลฯ ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับไปเที่ยวที่ดีที่สุดก็มีหลายฤดู ฤดูใบไม้ผลิ และฤดูใบไม้ร่วงน่าจะเป็นช่วงที่น่าไปที่สุด เพราะอากาศดี ไม่หนาวเกินไป และยังได้เห็นต้นไม้ ดอกไม้สวยๆ  ในช่วงของฤดูใบไม้ผลิไม้ผล ต้นอะเซเลียออกดอกในบริเวณนั้นจะมีสีสันสวยงามมากและในฤดูใบไม้ร่วงก็ยังคงงดงามเช่นกัน ป่าของที่นี่เป็นป่ากึ่งยุคดึกดำบรรพ์รอบๆของทะเลสาบจะเต็มไปด้วยสีแดงและจะเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาลอ่อนและเปลี่ยนเป็นหลายสี น้ำในทะเลสาบรอบๆภูเขาไฟฟูจิสงบนิ่งมีเงาสะท้อนของภูเขาไฟเป็นภาพที่งดงามมากและหาดูที่ไหนไม่ได้ นอกจากเดินชมตามจุดชมวิวต่างๆแล้ว ที่นี่จะมีเรือให้นักท่องที่มาชม ภูเขาฟูจิได้นั่งเรือร่องไปตามทะเลสาบทั้ง5 และยังมีกิจกรรมอีกมากมายนอกจากชม ภูเขาไฟฟูจิ มีทั้งของที่ระลึกขาย นั่งโรปเวย์ ข้ามภูเขา นั่งรถราง มีพิพิธภัณฑ์ให้เข้าขม มีเหมืองแร่ และน้ำพุร้อนที่สามารถต้มไข่ให้สุกได้ ในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม ภูเขาฟูจิจะเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปปีนเขาได้

สำหรับคนที่จะไป ทัวร์ญี่ปุ่นราคาถูก และอยากไปดูภูเขาไฟฟูจิ ควรจะเช็คเรื่องสภาพดิน ฟ้า อากาศแต่ละสถานที่ที่เราจะไปด้วยนะค่ะ เช็คตารางรถไฟ รถราง หรือรถบัสให้แน่นอนจะได้ไม่เสียเวลาหรือตกรถ เพื่อความสะดวกในการเดินทางด้วยคะ

ทัวร์ภูฏานต้องไปกี่วันถึงจะคุ้ม

ไหน ๆ ก็ได้มีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวทั้งทีก็ต้องหาความสนุกสักหน่อย มาทัวร์ภูฏานกันบ้างเป็นการเที่ยวต่างประเทศที่ไม่ต้องตามรอยละครหรืออะไรเลย แต่เป็นการเที่ยวเพื่อทำให้ชีวิตรู้สึกผ่อนคลายล้วน ๆ การทัวร์ภูฏาน หลายคนต้องไม่เคยมาแน่ ๆ แต่จะเที่ยวกี่วันถึงจะคุ้ม

bhutan (1)

ระดับของความคุ้มแต่ละคนมันต่างกันอยู่ทีว่าเน้นอะไรในการทัวร์ภูฏานครั้งนั้นเป็นพิเศษ ถ้าหากเน้นการซื้อของการซ้อปปิ้งก็ให้ทำการช็อบให้กระจายเท่านี้ก็คุ้มแล้ว แต่ถ้าจะเป็นการทัวร์ภูฏานที่เน้นการเรียนรู้การพักผ่อนอย่างเต็มอิ่มก็จะต้องเป็นการเที่ยวแบบยาวสักหน่อยประมาณ 1 – 2 อาทิตย์กำลังเหมาะเลย เพราะว่าจะได้ซึมซับเอาวัฒนธรรมของภูฎานและทำความเข้าใจวัฒนธรรม กฎหมายต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ถ้าหากมาทัวร์ภูฏานเพียงไม่กี่วัน มาแค่มอง ๆ ถ่ายรูปแล้วก็กลับยังไงก็ได้แค่รูปแต่ไม่ได้สัมผัสความรู้สึกของความเป็นภูฎานโดยแท้จริงแบบนั้นคงน่าเสียดายแย่

อย่าให้ช่วงเวลาของวันหยุดเป็นวันที่แสนน่าเบื่อและไม่คุ้มการออกมาทัวร์ภูฏาน หลาย ๆ วันจะทำให้เราสนุกและรู้สึกถึงความผ่อนคลาย สมองได้คิดเรื่องอะไรใหม่ ๆ บ้าง ทำให้ร่างกายและจิตใจตื่นเต้นต่นตัวเรียบรู้โลกใบกว้างมากยิ่งขึ้น ถ้าหากว่าใครที่อยากจะทัวร์ภูฏานแล้วคุ้มมาก ๆ แนะนำให้เที่ยวเลยสัก 2 อาทิตย์แน่นอนคุ้มเป็นคุ้มและจะรู้ว่าการท่องเที่ยวโลกกว้างที่แท้จริงเป็นแบบไหน ออกมาเทียวกันเลย